โครงงานคอมพิวเตอร์เรื่อง สื่อเพื่อการศึกษาอาเซียน
ประเภทของโครงงาน
โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
ผู้จัดทาโครงงาน นายจิณณวัตร บริหารกิจอนันต์ ม.6/12นายณพงศ์ สุวรรณเชษฐ ม.6/18นางสาวณัฏฐา
โตรักษา ม.6/18
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
ในยุคโลกาภิวัฒน์ในปัจจุบันนี้สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ประเทศต่าง ๆ
ให้ความสาคัญกับการรวมตัวกันในภูมิภาคเพื่อเพิ่มอานาจต่อรองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ
อาเซียนจึงต้องปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่าง
ๆ ที่เกิดขึ้นได้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จึงกาหนดให้มีการสร้างประชาคมอาเซียนขึ้นมาที่ประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ภายในปี 2563 ซึ่งต่อมาได้เลื่อนกาหนดเวลาสาหรับการรวมตัวกันให้เร็วขึ้นเป็นปี 2558ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนที่ส่งผลต่อด้านเศรษฐกิจ
ด้านการเมือง วัฒนธรรม และ ความมั่นคง คณะผู้จัดทาเล็งเห็นความสาคัญจึงสร้างโครงงานนี้ขึ้นมา
โดยการสร้างวีดีทัศน์เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนเพื่อเป็นสื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนได้เข้าใจและเห็นความสาคัญของประชาคมอาเซียน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเป็นสื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ ในการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ พัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาอาเซียน
ให้ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน คณะผู้จัดทาได้ศึกษาข้อมูล เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ดังนี้2.1 ประชาคมอาเซียน2.2 การผลิตสื่อวีดีทัศน์เพื่อการประชาสัมพันธ์
ประชาคมอาเซียน
สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อังกฤษ: Association of South East Asian Nations) หรือ
อาเซียน
เป็นองค์กรทางภูมิรัฐศาสตร์และองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศได้แก่ ไทย
มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า อาเซียนมีพื้นที่ราว 4,435,670 ตารางกิโลเมตร มีประชากรราว 590 ล้านคน
ในปี พ.ศ. 2553 จีดีพีของประเทศสมาชิกรวมกันคิดเป็นมูลค่าราว 1.8 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ คิดเป็นลาดับที่ 9 ของโลกเรียงตามจีดีพี
มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการอาเซียนมีจุดเริ่มต้นจากสมาคมอาสา ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม
พ.ศ. 2504 โดยไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
แต่ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อไทยเสียดินแดนปราสาทพระวิหารให้กัมพูชาในปี พ.ศ. 2505 ต่อมาในปีพ.ศ. 2510 ได้มีการลงนามใน
ปฏิญญากรุงเทพ อาเซียนได้ถือกาเนิดขึ้นโดยมีรัฐสมาชิกเริ่มต้น 5 ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความร่วมมือในการเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ
การพัฒนาสังคม วัฒนธรรมในกลุ่มประเทศสมาชิก
และการธารงรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
และเปิดโอกาสให้คลายข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิกอย่างสันติ หลังจาก พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา อาเซียนมีรัฐสมาชิกเพิ่มขึ้นจนมี 10 ประเทศในปัจจุบัน กฎบัตรอาเซียนได้มีการลงนามเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 ซึ่งทาให้อาเซียนมีสถานะคล้ายกับสหภาพยุโรปมากยิ่งขึ้น
เขตการค้าเสรีอาเซียนได้เริ่มประกาศใช้ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2553 และกาลังก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งจะประกอบด้วยสามด้าน คือ
ประชาคมอาเซียนด้านการเมืองและความมั่นคง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558 สมาคมอาสาและปฏิญญากรุงเทพสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจุดเริ่มต้นนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
พ.ศ. 2504 โดยประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ได้ร่วมกันจัดตั้ง
สมาคมอาสา (ASA, Association of South East Asia) ขึ้นเพื่อการร่วมมือกันทาง
เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม แต่ดาเนินการได้เพียง 2 ปี ก็ต้องหยุดชะงักลง
เนื่องจากความผกผันทางการเมืองระหว่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย และการเสียดินแดนปราสาทพระวิหารให้กัมพูชาของไทย
จนเมื่ออินโดนีเซียและมาเลเซียฟื้นฟูสัมพันธภาพระหว่างกัน
จึงได้มีการแสวงหาลู่ทางจัดตั้งองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจขึ้นในภูมิภาค
"สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" และถนัด คอมันตร์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยสมัยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร
โดยมีการลงนาม "ปฏิญญากรุงเทพ" ที่พระราชวังสราญรมย์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 ซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิกก่อตั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ อาดัม มาลิกแห่งอินโดนีเซีย, นาร์ซิโซ
รามอสแห่งฟิลิปปินส์, อับดุล ราซัคแห่งมาเลเซีย, เอส. ราชารัตนัมแห่งสิงคโปร์ และถนัด คอมันตร์แห่งไทย
ซึ่งถูกพิจารณาว่าเป็นบิดาผู้ก่อตั้งองค์กรในปัจจุบัน
สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยประเทศสมาชิกจานวน 10 ประเทศ คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 4.5 ล้านตารางกิโลเมตร
และมีประชากรประมาณ 560 ล้านคน (ข้อมูลในปี พ.ศ. 2549) ยอดเขาที่สูงสุดในภูมิภาค คือ ยอดเขาข่ากาโบราซีในประเทศสหภาพเมียนมาร์
ซึ่งมีความสูง 5,881 เมตร
และมีอาณาเขตติดต่อกับจีน อินเดีย บังกลาเทศและประเทศสังเกตการณ์อาเซียน คือ
ปาปัวนิวกินี ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น
อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 27-36 °C พืชพรรณธรรมชาติเป็นป่าฝนเขตร้อน
ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลก ป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าสน
ป่าหาดทรายชายทะเล ป่าไม้ปลูก มีพืชเศรษฐกิจที่สาคัญ คือ ข้าว ข้าวโพด มันสาปะหลัง
สับปะรด ยางพารา ปาล์มน้ามันและพริกไทย
จากสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ได้มีการสรุปแนวทางของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้จานวนหกข้อ
ดังนี้ ให้ความเคารพแก่เอกราช อานาจอธิปไตย ความเท่าเทียม
บูรณภาพแห่งดินแดนและเอกลักษณ์ของชาติสมาชิกทั้งหมด
รัฐสมาชิกแต่ละรัฐมีสิทธิที่จะปลอดจากการแทรกแซงจากภายนอกการรุกรานดินแดนและการบังคับขู่เข็ญจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของรัฐสมาชิกอื่น
ๆยอมรับในความแตกต่างระหว่างกัน
หรือแก้ปัญหาระหว่างกันอย่างสันติประณามหรือไม่ยอมรับการคุกคามหรือการใช้กาลังให้ความร่วมมือระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพอาเซียนหรือ
สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN : The Association of
South East Asian Nations) ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 โดยประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน
คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ต่อมาในปีพ.ศ.2527 บรูไน ดารุสซาลาม ได้เข้ามาเป็นสมาชิก
ตามด้วยเวียดนามเข้ามาเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2538 ขณะที่พม่าและลาวเข้ามาเป็นสมาชิกใน
พ.ศ.2540 และประเทศสุดท้ายคือกัมพูชา
เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน เมื่อ พ.ศ. 2542 ปัจจุบันอาเซียนมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ
1.บรูไนดารุสซาลาม
(Brunei
Darussalam)
2.ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of
Cambodia)
3.สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of
Indonesia)
4.สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) (The
Lao People's Democratic Republic of Lao
PDR)
5.ประเทศมาเลเซีย (Malaysia)
6.สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the
Philippines)
7.สาธารณรัฐสิงคโปร์ ( The Republic of
Singapore)
8.ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of
Thailand)
9.สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
(The Socialist Republic of
Vietnam)
10.สหภาพพม่า (Union of Myanmar)
การผลิตสื่อวีดีทัศน์เพื่อการประชาสัมพันธ์
สื่อที่นิยมใช้ในงานประชาสัมพันธ์มากกว่าสื่ออื่นใด
ในปัจจุบันนี้ก็คือ สื่อวีดีทัศน์ วีดีทัศน์ หรือ วิดีโอ (Video) เป็นการนาเอาโทรทัศน์ (Television) หรือเนื้อหาทางวิชาการ
นโยบาย การประมวลกิจกรรมการดาเนินงาน มาจัดทาเป็นรายการสั้น ๆ
ใช้เป็นสื่อเพื่อการนาเสนอ การอธิบาย การสอน
หรือเพื่อจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่งตามความต้องการของผู้ผลิต
วีดีทัศน์เป็นผลผลิตที่เกิดจากกระบวนการทางานอย่างมีระบบของคณะทางาน
ซึ่งจะเรียกเป็นผู้ผลิต หน่วยผลิต ฝ่ายผลิต หรือบริษัทผลิตรายการ (Prodution
House) เพื่อให้ได้มาซึ่งงานวีดีทัศน์
ตามความประสงค์ของงานหรือองค์กร กระบวนการดังกล่าวเรียกเป็นกระบวนการผลิตรายการซึ่งมีเทคนิคขั้นตอนดังต่อไปนี้1. การวางแผนการผลิต (Planning)
ในขั้นตอนนี้เป็นการระดมความคิด
ความเข้าใจของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ผู้ผลิตรายการ ฝ่ายเทคนิค
ฝ่ายเนื้อหา ผู้ออกแบบฉากเวที และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ประชุมปรึกษาถึงประเด็นการผลิตรายการว่าจะผลิตให้ใครดู
หมายถึง กลุ่มเป้าหมายหรือผู้ดู ผู้ชม และในการผลิตรายการนั้นจะแสดงถึงอะไรบ้าง
จะให้ผู้ชมได้รู้ ได้เห็นเกี่ยวกับอะไร ประเด็นสุดท้ายในการวางแผนก็คือ
ผลิตรายการออกมาแล้วคาดหวังผลอย่างไร หรือเพื่อจุดประสงค์อะไรบ้าง
2. การเขียนบท (Script)
บทโทรทัศน์ หรือ บทวีดีทัศน์
เป็นการนาเอาเนื้อหาเรื่องราวที่มีอยู่หรือจินตนาการขึ้นมา เพื่อการนาเสนอให้ผู้ดู
ผู้ชม ได้รับรู้อย่างพอใจ ประทับใจ ผู้เขียนบทวีดีทัศน์ (Script Writer) จึงจาเป็นต้องมีความรอบรู้ในศาสตร์และศิลป์ด้านต่าง
ๆ มีความเข้าใจในธรรมชาติการรับรู้ของมนุษย์ ความศรัทธา สิ่งละอันพันละน้อย
ที่จะไปทาให้กระทบกระทั่ง หรือกระทาในสิ่งที่ผิดไปจากที่สังคมยอมรับ
บทวีดีทัศน์ควรจะมีการใช้ภาษาที่สละสลวย ชวนอ่าน ชวนฟัง มีการเกริ่นนา
การดาเนินเรื่องและบทสรุปที่กระชับ สอดคล้องกัน รู้จักสอดแทรกมุขตลกเกร็ดความรู้
หรือเทคนิคแปลก ๆ มีลีลาที่น่าสนใจ เพื่อเป็นสีสันของเรื่องราว
การเขียนบทวีดีทัศน์จะมีทั้งการร่างบทวีดีทัศน์และการเขียนบทวีดีทัศน์ฉบับสมบูรณ์
ร่างบทโทรทัศน์เป็นการวางโครงเรื่อง (Plot) ของรายการแต่ละรายการ
ปกติจะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ การเกริ่นนา (Introduction) เนื้อเรื่องหรือตัวเรื่อง (Body) และการสรุปหรือการส่งท้าย
(Conclusion) การเขียนร่างบทจะเป็นการกาหนดเรื่องราวที่นาเสนอ
นาเอาแก่นของเรื่อง (Theme) หรือความคิดรวบยอด (Concept) ของเรื่องมาคลี่คลาย มาขยายให้เห็นอย่างเป็นขั้นตอน มีการสอดแทรกอารมณ์
มีการหักมุม สร้างความฉงน นาเรื่องราวไปสู่จุดสุดยอด (Climax) ให้ได้ดีที่สุดร่างบทวีดิทัศน์เขียนเป็นความเรียง ที่ใช้ภาษาสละสลวย
ทันสมัย สอดแทรกสาระ เกร็ดความรู้และสร้างความประทับใจ อาลัยอาวรณ์ ในที่สุด
บทวีดีทัศน์ฉบับสมบูรณ์ (Full Script) หรือเรียกเป็นบทสาหรับถ่ายทา
(Shooting Script) เป็นการนาเอาร่างบทมาขยายอย่างละเอียด
ในลักษณะของการถ่ายทา ซึ่งจะมีลักษณะของภาพขนาดของภาพ
กาหนดกล้องและการแสดงของผู้แสดง หรือ เหตุการณ์นั้น อย่างสมจริงคณะทางาน หรือผู้ผลิตรายการจะยึดการปฏิบัติงานตามบทวีดีทัศน์นี้
แต่ลักษณะที่เป็นจริงบท วีดีทัศน์อาจจะมีการปรับเปลี่ยนบทบ้าง
ตามความเหมาะสมของเหตุการณ์นั้น
3. การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ (Preparation)
ในการเตรียมเพื่อการผลิตรายการนั้น
คณะทางานจะเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างที่มีส่วนเอื้ออานวยต่อการทางาน เครื่องมือ
อุปกรณ์ ในการถ่ายทา เตรียมสถานที่
เตรียมบุคลากรที่เกี่ยวข้องซึ่งพร้อมที่จะทางานได้ทันทีในกรณีที่ มีการเสริมแต่ง
หรือแก้ไขปัญหาการถ่ายทา
เพราะความไม่พร้อมของเรื่องราวเหตุการณ์และสถานที่ยิ่งต้องมีการเตรียมสิ่งต่าง ๆ
เพื่อจาลองสถานการณ์ให้สมจริง เท่าที่จะทาได้ให้ดีที่สุด
4. การบันทึก (Recording)
กระบวนการถ่ายทา
จะดาเนินไปตามแผนที่ได้วางไว้ และถ่ายทาตามบท
โดยมุ่งให้ได้ภาพตรงตามความต้องการมากที่สุด อาจจะถ่ายทาหลาย ๆ ครั้ง ในฉากใดฉากหนึ่ง
เพื่อมาคัดเลือกหาภาพที่ดีในตอนจะตัดต่ออีกครั้งหนึ่ง ในการบันทึกแบ่งเป็น
บันทึกภาพและบันทึกเสียงซึ่งการบันทึกภาพนั้นจะได้ทั้งภาพทั้งเสียงอยู่แล้ว
เมื่อตัดต่อสามารถเลือกได้ว่า ช่วงไหนจะใช้แต่ภาพ หรือใช้ทั้งภาพและเสียง
การบันทึกภาพ บันทึกหรือถ่ายทาตามสภาพความเป็นจริง และความจาเป็นก่อนหลัง
ไม่จาเป็นต้องเรียงฉาก ตามบทวีดีทัศน์ (Script) ในการบันทึกเสียง
จะบันทึกทั้งเสียงเหตุการณ์จริง เสียงสัมภาษณ์ เสียงสนทนา เสียงบรรยาย
เสียงเพลงประกอบ และเสียงเหตุการณ์หรือเสียงที่นามาใช้เป็นเอฟเฟค (Sound
Effect) ให้เรื่องราวน่าสนใจซึ่งกระบวนการเกี่ยวกับเรื่องเสียง
จะมีการผสมเสียงอีกครั้งหนึ่ง
ในกระบวนการตัดต่อภาพและเสียงข้อสาคัญในการทาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสื่อวีดีทัศน์ในการผลิตสื่อวีดีทัศน์เพื่อจุดมุ่งหมายใด
ๆ ก็ตาม คณะทางานควรจะมีความรู้ความเข้าใจในเนื้องาน นโยบายและกิจกรรมขององค์กร
พื้นฐานของงานโทรทัศน์ หรือ การทาวีดีทัศน์ไว้บ้าง เพื่อการสร้างงาน
การคิดสร้างสรรค์ จะได้หลากหลาย น่าสนใจ
และที่สาคัญจะช่วยให้งานดาเนินไปได้อย่างราบรื่น บรรลุเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
สิ่งที่ควรรู้ ควรเข้าใจมีมากมาย อาทิ อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต เทคนิคกล้อง
ชนิดของภาพ การลาดับภาพและตัดต่อภาพ
การนาเสียงมาใช้ในงานวีดีทัศน์ตลอดจนการใช้กราฟิกคอมพิวเตอร์ข้อควรจาในการประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อวีดีทัศน์เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า
สื่อวีดีทัศน์ เป็นสื่อที่มีความพร้อมในลักษณะของมัลติมีเดีย (Multimedia) ซึ่งได้รวบรวมเอาความโดดเด่นของรูปแบบ
และแนวทางการนาเสนอที่สมบูรณ์ครบถ้วนไว้ทั้งภาพเคลื่อนไหว เสียงประกอบ
คอมพิวเตอร์กราฟิก และเทคนิคพิเศษอีกมากมายหน่วยงานหรือองค์กรใด
จะผลิตสื่อวีดีทัศน์เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์
นอกจากจะเข้าใจถึงคุณสมบัติที่น่าสนใจดังกล่าวแล้ว ควรพิจารณาถึงประเด็นเรื่องราวต่าง
ๆ เช่น• จะผลิตสื่อวีดีทัศน์ สาหรับกลุ่มเป้าหมายใด
การผลิตวีดีทัศน์ ควรเลือกให้เหมาะกับกลุ่มผู้ดูผู้ชม เพราะเนื้อหาเรื่องราว
จะมีความเข้มข้น หรือละเอียดลึกซึ้งแตกต่างกัน• การผลิตสื่อวีดีทัศน์ต้องการแสดงถึงเนื้อหาสาระมากน้อยแค่ไหน
ประเด็นของเรื่องราวหรือแก่นแท้ (Theme) จะแสดงถึงอะไรบ้าง• การผลิตสื่อประชาสัมพันธ์นี้ คาดหวังผลอะไรบ้าง
ถ้าหากรู้ถึงวัตถุประสงค์หรือความคาดหวังถึงผลที่ได้จากสื่อที่ผลิต
จะช่วยให้เนื้อหาเรื่องราวในวีดีทัศน์ตรงประเด็นได้มากขึ้น• ในกระบวนการผลิตวีดีทัศน์ได้มีการประสานงานกับบุคลากรระดับสูงผู้บังคับบัญชา
หรือผู้เกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใดเพื่อความเข้าใจในเรื่องราวเพื่อความถูกต้องและการประสานสัมพันธ์ที่ดีในการทางาน• ผู้ผลิตควรเข้าใจถึงประเด็นในการทาวีดีทัศน์
ถึงความเหมาะสมของเรื่องราวความโดดเด่น หรือความน่าจะเป็นของการเลือกสิ่งที่นาเสนอ
ทั้งบุคลากร สถานที่กิจกรรมหรือเหตุการณ์ตลอดจนข้อมูลต่างๆ
พยายามหามุมมองที่มีคุณค่า
เลือกสิ่งที่น่าสนใจออกมานาเสนอซึ่งบางครั้งอาจมีการเสริมแต่งบ้างก็ควรต้องเลือก
ต้องพยายาม เพื่อให้ได้สื่อวีดีทัศน์ที่น่าสนใจ• คณะทางานควรเปิดใจกว้าง
ในการวิพากษ์และตรวจทานผลงาน เพื่อจะได้ปรับปรุงและสรรค์สร้างงานให้มีประสิทธิภาพ คมอาเซียน
บรรณานุกรม
การผลิตสื่อวีดีทัศน์เพื่อการประชาสัมพันธ์.สืบค้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2555 จากเว็บไซต์: http://www.moe.go.th/webhr/index.php?option=com_content&view=article&id=102:videoforpr&catid=35:prkm&Itemid=37ประชาคมอาเซียน.สืบค้นเมื่อ วันที่ 19 สิงหาคม 2555 จากเว็บไซต์:http://th.wikipedia.org/wiki/ สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้จัก
ประเทศอาเซียน ก่อนก้าวสู่ ประชาคมอาเซียน 2558.สืบค้นเมื่อ
วันที่ 14 มิถุนายน 2555 จากเว็บไซต์:http://hilight.kapook.com/view/67028
แหล่งอ้างอิง : https://sites.google.com/site/comproject64sogood/tawxyang-khorng-ngan-khxmphiwtexr